ราคาหลักทรัพย์:

ประวัติบริษัท

บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Pace Development Corporation Public Company Limited” ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ธุรกิจไลฟ์สไตล์รีเทลด้านอาหารและเครื่องดื่มกูร์เม่ต์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า "ดีน แอนด์ เดลูก้า" ทั่วโลก โดยเป็นเจ้าของสาขาดีน แอนด์ เดลูก้าทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนชำระเต็มมูลค่าแล้วจำนวน 3,261.7 ล้านบาท โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซี ออลซีซั่นส์เพลส ชั้น 45 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2546 ภายใต้ชื่อ “บริษัท ชินคาร่า จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียนที่ชำระเต็มมูลค่าแล้ว 2 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2546 นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ได้เข้ามาซื้อหุ้น และทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยชำระเต็มมูลค่าเป็นเงิน 10 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งโครงการที่บริษัทฯ ได้เริ่มทำการพัฒนาเป็นโครงการแรก คือ คอนโดมิเนียมพักอาศัยชื่อ โครงการไฟคัส เลน (Ficus Lane) ตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 44/1 ต่อมา นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นอีกจำนวนหนึ่งเพื่อทำการพัฒนาโครงการต่างๆ โดย มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ในตลาดผู้บริโภคระดับไฮเอนด์ให้ได้ บริษัทฯ และกลุ่มบริษัท ได้มีพัฒนาการที่สำคัญพอสรุปได้ ดังนี้

  • ปี พ.ศ.
    เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรอบปี
  • 2546

    จัดตั้ง บริษัท ชินคาร่า จำกัด

  • 2547

    เริ่มดำเนินงานโครงการไฟคัส เลน

  • 2550
    • จัดตั้งบริษัท วาย แอล พี จำกัด (“วาย แอล พี”) เพื่อพัฒนาโครงการภายใต้ชื่อ ศาลาแดง เรสซิเดนเซส
    • จัดตั้ง บริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน จำกัด (“เพซวัน”) เพื่อพัฒนาโครงการมหานคร ในรูปแบบผสมผสาน (มิกซ์-ยูส)
  • 2551

    บริษัท ไอบีซี ไทยแลนด์ แอลทีดี จำกัด และ บริษัท ไอดีเจ โฮลดิ้ง จำกัด เข้าร่วมถือหุ้นในโครงการมหานคร มีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ สรุปได้ดังนี้

    • เพิ่มทุนจดทะเบียนเพซวัน เป็น 200 ล้านบาทชำระเต็มมูลค่าแล้ว เพื่อประกอบธุรกิจโรงแรมบางกอกเอดิชั่น
    • จัดตั้ง บริษัท เพซ โปรเจ็ค ทู จำกัด (“เพซทู”) เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอาคารพักอาศัยให้เช่าระยะยาว ภายใต้ชื่อ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก
    • จัดตั้ง บริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี จำกัด (“เพซทรี”) เพื่อประกอบธุรกิจศูนย์การค้าทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ รีเทล คิวบ์ รีเทล ฮิลล์ และสกาย ออบเซอร์เวชั่น เดค
    • จัดตั้ง บริษัท เพซ เรียลเอสเตท จำกัด (“พีอาร์อี”) เพื่อเป็นบริษัทโฮลดิ้ง และได้เข้าถือหุ้นในเพซวัน เพซทู และ เพซทรี
  • 2552

    เปิดตัวโครงการศาลาแดง เรสซิเดนเซส อย่างเป็นทางการ

  • 2553

    เปิดสำนักงานขาย และห้องตัวอย่างห้องชุด เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ในโครงการมหานคร

  • 2554
    • ปรับโครงสร้างการถือหุ้นภายในกลุ่มบริษัทฯ ใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยบริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็นทุนจดทะเบียนใหม่ที่ได้ชำระเต็มมูลค่าแล้ว 1,454.3 ล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้นร้อยละ 99.99 ใน วายแอลพี ร้อยละ 25 ในเพซวัน เพซทู เพซทรี และร้อยละ 50 ในพีอาร์อี
    • เปลี่ยนสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดและได้จดทะเบียนเพิ่มทุนอีก 600 ล้านบาท เพื่อเตรียมเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป ทำให้ทุนจดทะเบียนเป็น 2,054.3 ล้านบาท พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE
  • 2555

    การก่อสร้างโครงการมหานครมีความคืบหน้าอย่างเป็นนัยสำคัญภายหลังจากงานวางเสาเข็มและงานใต้ดินเสร็จสมบูรณ์

  • 2556
    • เปิดตัวโครงการมหาสมุทร (MahaSamutr) ที่หัวหิน ซึ่งเป็นโครงการแบบผสมผสานที่รวบรวมวิลล่าตากอากาศ พร้อมด้วย มหาสมุทร คันทรี่ คลับ
    • จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียน จำนวน 2,054.3 ล้านบาท พร้อมทั้งเข้าซื้อหุ้น และรับโอนสิทธิการรับชำระเงินกู้และดอกเบี้ยค้างชำระจากบริษัทร่วม คือ ไอบีซี ไทยแลนด์ และ บริษัท ไอดีเจ โฮลดิ้ง จำกัด ทำให้ พีอาร์อี เพซวัน เพซทู และ เพซทรี กลายเป็นบริษัทย่อยของบริษัท โดยมีสัดส่วนการเป็นเจ้าของ (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) เป็นประมาณร้อยละ 68
    • เเริ่มก่อสร้างโครงการมหาสมุทร ที่หัวหิน
  • 2557
    • ซื้อที่ดินและเปลี่ยนกรรมสิทธิ์การถือครองในโครงการมหานคร จากรูปแบบการเช่าระยะยาว หรือ ลีสโฮลด์ (Leasehold) เป็นแบบถือครองกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ หรือ ฟรีโฮลด์ (Freehold)
    • จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ คือ บริษัท เพซ คันทรี่ คลับ จำกัด
    • จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ คือ บริษัท เพซ ฟู้ด รีเทล จำกัด
    • ซื้อกิจการทั้งหมดของ ดีน แอนด์ เดลูก้า แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มกูร์เม่ต์ชั้นนำของโลก มูลค่า 140 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ
  • 2558
    • เปิดขายโครงการนิมิต หลังสวน อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยยอดขายกว่า ร้อยละ 90
    • ซื้อหุ้นของ เพซวัน เพซทู และ เพซทรี ส่วนที่เหลือทั้งหมดจาก ไอบีซี ไทยแลนด์ และ พีอาร์อี และส่วนที่เหลือทั้งหมดจาก ไอบีซี ไทยแลนด์ และ ไอดีเจ โฮลดิ้ง
    • จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวน 542,722,500 หุ้น เพื่อตอบแทน IBC และ IDJ มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 3.39 บาท
    • ซื้อกิจการในบริษัท ดีน แอนด์ เดลูกก้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยทำสัญญาซื้อหุ้นทั้งหมดและรับโอนสิทธิการรับชำระ เงินกู้ใน D&D Thailand จากนายสรพจน์ เตชะไกรศรี รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 240 ล้านบาท โดยจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน ให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวน 64,690,027 หุ้น เพื่อชำระแก่นายสรพจน์ เตชะไกรศรี มูลค่าหุ้น ที่ตราไว้หุ้นละ 3.71 บาท
    • เพิ่มทุน ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ (Right Offering) จำนวนไม่เกิน 600,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท
    • ได้รับเงินวงเงินกู้ยืมเพื่อพัฒนาโครงการใหม่บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ จากสถาบันการเงินในประเทศ จำนวนทั้งสิ้น ประมาณ 1,090 ล้านบาท
  • 2559
    • จัดงาน “The Sound of MahaSamutr” (เดอะ ซาวด์ ออฟ มหาสมุทร) เปิดตัวบ้านตัวอย่างซึ่งประกอบด้วย “โครงการ มหาสมุทร วิลล่า” บ้านพักตากอากาศระดับไฮเอนด์แบบฟรีโฮลด์ และ มหาสมุทร ลากูน ทะเลสาบ แมน-เมด ส่วนตัว ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
    • จัดตั้งบริษัทร่วมทุน “บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า คาเฟ่ เจแปน จำกัด” (Dean & DeLuca Café Japan Co., Ltd.)
    • จัดตั้งบริษัทย่อย “บริษัท เพซ แมเนจเมนท์ จำกัด”
    • เริ่มก่อสร้างโครงการที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่แห่งใหม่ โครงการ “นิมิต หลังสวน” บนที่ดินฟรีโฮลด์ทำเลทอง ถนนหลังสวน
    • จัดตั้งบริษัทย่อย จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ D&D Mount Limited และ D&D Fourteen Limited
    • ได้รับวงเงินกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มกูร์เม่ต์ “ดีน แอนด์ เดลูก้า” จากสถาบันการเงินในประเทศ จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1.1 พันล้านบาท
    • จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวน 176,350,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 3.00 บาท เพื่อเป็นการตอบแทน Bell Investments Limited และ Asension Trading Limited ที่นำที่ดินในตำบลนิเซโกะ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น มาชำระเป็นค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ดังกล่าวแทนการชำระด้วยเงินสด
    • จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนในรูปแบบ Private Placement (PP) หรือการขายให้แก่บุคคลในวงจำกัดจำนวน 320,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 3.00 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 960 ล้านบาท ให้กับผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศทั้งหมด
    • จัดงาน “MahaNakhon Bangkok Rising: The Night Of Lights” (มหานคร ไนท์ ออฟ ไลท์) ฉลองการก่อสร้างแล้วเสร็จ ของโครงการมหานคร ตึกที่สูงที่สุดในไทย ด้วยความสูง 314 เมตร 77 ชั้น อย่างเป็นทางการ
    • อนุมัติการจัดตั้ง Dean & DeLuca Small Format Lq. LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มบริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า อิงค์